ชมทุ่งดอกกระเจียว เที่ยวป่าหินงาม มีเวลา 24 ชั่วโมง ก็เที่ยวได้

ทุ่งดอกกระเจียว

“ย่างเข้าเดือนหก ฝนก็ตก พรำ พรำ กบมันก็ร้อง งึมงัม ระงมไปทั่ว ท้องนา” แต่ผมไม่ใช่กบนะคร้าบบบบบ ย่างเข้าหน้าฝนทีไร ผมร้องอยากไปทุ่งดอกกระเจียวทุกที พลาดมาก็หลายหน ปีนี้หมายมั่นปั้นมือต้องไปให้ได้ เลยหมั่นเข้า Facebook ของอุทยานแห่งชาติป่าหินงาม เพื่อดูรายงานการเบิกบานของดอกอีเจียว (ชื่อท้องถิ่นของเขาหน่ะครับ) ทุกสัปดาห์ จนกระทั่งรายงานล่าสุด 22/06/2560 บาน 60% แล้ว Yahoo!!

Link อุทยานแห่งชาติป่าหินงาม: https://goo.gl/CxGHDj

ผมออกเดินทางจากกรุงเทพฯในเย็นวันเสาร์ เวลาประมาณ 6 โมงเย็น ใช้เส้นทางที่ฮิตกัน คือ สายสระบุรี-ลำนารายณ์ (เส้นสีฟ้า เส้นเดียวกับที่ผมไปบ้านย่าบ่อยๆ จึงคุ้นทางมาก)-ลำสนธิ ถึงที่พักใกล้อุทยานฯป่าหินงาม “บ้านชมดาว” ตอน 4 ทุ่มครึ่ง เพลียจากการขับรถ เพราะตลอดเส้นทางที่ขับรถมา ฝนตกตลอดทาง เส้นทางบางช่วงก็มืด ต้องขับรถอย่างระมัดระวังมาก อาบน้ำเสร็จ ขึ้นเตียงได้ ผมก็ซุกหัวนอนล่ะครับ พรุ่งนี้เช้าค่อยเจอกันนะจ้ะดอกกระเจียว จ๋า

บ้านชมดาว จังหวัดขัยภูมิ
มาถ่ายตอนเช้านะ กลางคืนหัวถึงหมอนก็นอนตายละ

6 โมงเช้าวันอาทิตย์ อากาศเย็นกำลังดี ผมออกเดินจากบ้านพัก จากบ้านชมดาวไปที่ทำการอุทยานฯไม่ไกลเลยนะ 300 เมตรก็ถึง กะว่าจะเป็นคนแรกๆ ของเช้าวันนี้ แต่ที่ไหนได้ พอไปถึงก็เห็นว่ามีนักท่องเที่ยวมายืนรอขึ้นรถรางเข้าชมอุทยานฯ กันแล้ว เจ้าปัญหาก็เกิดขึ้นจนได้ เจ้าหน้าที่ที่ทำหน้าที่ตรวจตั๋วเพียงคนเดียว กับนักท่องเที่ยวชาวไทยกลุ่มใหญ่ เจ้าหน้าที่บอกให้พวกเราเข้าแถว แล้วแถวก็เกิดขึ้นประมาณ 6 แถว ฮ่าๆๆ (ไม่เล่าต่อแล้วครับ ความไม่สะดวกหรือขัดหูขัดตาบางอย่างก็ข้ามๆ ไปเถอะ คิดจะเที่ยว เรื่องบางอย่างก็อย่าใส่ใจ เพราะจะทำให้เที่ยวไม่สนุกเนอะ)

จุดแรก ที่รถรางหวานเจี๊ยบมาส่ง คือ ผาสุดแผ่นดิน ดินแดนสามภาค อีสาน กลาง และเหนือ เดินไปอีกนิด ก็พบกับผู้คนขวักไขว่ตามริมหน้าผา แต่ละคนพยายามหามุมเจ๋งๆถ่ายรูปหมู รูปเดี่ยว รูปเซลฟี่ กันอย่างไม่ย่อท้อ ผมก็อาศัยมุดไปตามช่องว่าง หามุมสวยๆ ชมทะเลหมอกริมหน้าผาเหมือนกัน หมู่เมฆสีขาวลอยปกคลุมผืนป่าสีเขียวเบื้องล่าง มองดูแล้วสบายตาสบายใจ การออกเดินทางท่องเที่ยว มันเหมือนเป็นสิ่งเสพติดชนิดหนึ่ง พอเราได้มาเห็นธรรมชาติแบบนี้ สารเคมีแห่งความสุข มันก็สูบฉีดไปทั่ว เพ้ออะไรนะเรา ไปต่อกันดีกว่า

หลายแถวแต่ผมก็อยู่คิวแรกๆนะ
จุดแรกของอุทยานแห่งชาติป่าหินงาม ขนาดมาเช้านะเนี้ย คนจะเยอะไปไหน
สูดอากาศบริสุทธิ์พร้อมชมความงามของธรรมชาติ

จุดที่สอง ทุ่งดอกกระเจียว ผมออกเดินจากผาสุดแผ่นดินไปตามเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติ ที่มีป้ายข้อห้าม 5 ประการ ติดไว้ข้างทางเดิน ดังนี้

  • ห้ามเดินออกนอกเส้นทาง (Stay on Trail)
  • ห้ามเก็บดอกไม้/พรรณไม้ (Gathering of Flora Prohibited)
  • ห้ามนำสัตว์เลี้ยงหรือสัตว์ต่างถิ่นเข้า (Domestic Animals Prohibited)
  • ห้ามทิ้งขยะ (Keep Clean)
  • ห้ามสูบบุหรี่ (No Smoking)

ฝ่าฝืนมีโทษปรับ 500 บาท นะจ้ะ

เดินมาสัก 10 นาทีก็ถึงทุ่งกว้าง มีทางเดินยาวผาดผ่านไปตามทุ่งสีเขียว คงเป็นทางเส้นนี้เองที่ป้ายบอกว่า ห้ามเดินออกนอกเส้นทาง (รับรองครับว่าผมจะไม่ทำผิดข้อห้ามสักข้อ ผมจะเป็นเด็กดี) พอเดินตามทางเดินมาเรื่อยๆ ดอกกระเจียวน้อยก็ค่อยๆเผยโฉมออกมาให้เห็นเป็นหย่อมๆ หย่อมเล็กบ้าง ใหญ่บ้าง เห็นเป็นสีชมพูอมม่วงกระจายอยู่ทั่วทุ่งสีเขียว กะด้วยสายตาน่าจะบานสัก 70% ของทุ่งกระเจียวแห่งนี้ และนี่ก็เป็นครั้งแรกที่ผมได้เห็นดอกกระเจียวตัวเป็นๆ ใกล้ๆ เยี่ยงนี้ พิจารณาดูกลีบดอกโดยไม่เอามือเข้าไปแตะมันสักนิด เพราะกลัวมันจะชอกช้ำ กลีบดอกวางซ้อนกันเป็นชั้น สีสันสดใส สวยงามจับตา เขาว่า ดอกกระเจียวทานได้นะ แต่ผมว่า ปล่อยให้มันทำหน้าที่โชว์ความสวยงามอยู่ในทุ่งแห่งนี้จะดีที่สุด สักพักแสงแดดพ้นกลีบเมฆฉายลงสู่ทุ่งกระเจียว จนมองเห็นเป็นทุ่งสีทอง ตัดด้วยสีชมพูของดอกกระเจียว สวยงามไปอีกแบบ ชื่นชมความงามอยู่พักใหญ่ ผมก็เดินออกมารอรถรางคันต่อไป

สวยงามเกินคำบรรยายจริงๆนะ

จุดที่สาม ลานหินหน่อ เป็นลานหินกว้าง ที่มีเนินหินสูงประมาณ 1-2 เมตร ที่นี่แหละที่เป็นฉากหนึ่งในละครดังช่อง 3 เรื่อง “นาคี” ฉากที่พระเอกนั่งตระกองกอดบอกรักนางเอกที่ลานหินแห่งนี้เมื่อในอดีตชาติ อิอิ ผมชอบแต๋วครับ สวย น่ารัก เล่นละครเก่ง จุดนี้ใช้เวลาไม่มากก็เดินทั่ว จากนั้นก็ไปรอขึ้นรถราง เพื่อไปลานหินงามต่อ

จุดสุดท้าย ลานหินงาม เป็นลานหินธรรมชาติที่มีลักษะต่างๆ ตามจินตนาการ เช่น หินปราสาท ,หินฟีฟ่าเวิล์ดคัพ ,หินแม่ไก่ ,มอหำตั้ง เป็นต้น มีคนบอกว่าลานหินแห่งนี้เป็นจุดชมวิวพระอาทิตย์ขึ้นสวยงามยิ่งนัก(แต่อุทยานเปิดหกโมงคราวหลังต้องนอนเต็นที่นี้สะแล้ว) จุดนี้เป็นจุดที่เดินลำบากหน่อยเพราะไม่ได้มีทางเดินยาวสบายเหมือนที่ทุ่งดอกกระเจียว เราจะต้องปีนป่ายหิน เพื่อเดินไปตามจุดต่างๆ ถ้าใครไม่ใส่รองเท้าผ้าใบมาก็อาจจะหกล้มหัวคะมำกันได้เลย จุดนี้เป็นจุดที่ผมรู้สึกว่าอุทยานฯ น่าจะมีกฏข้อห้ามไม่ให้นักท่องเที่ยวปีนขึ้นไปบนหินรูปทรงต่างๆ ที่มีป้ายติดไว้

  • หนึ่งเพื่อเป็นการอนุรักษ์รูปทรงของหินให้อยู่ในลักษณะเดิมมากที่สุด เพราะมันต้องเปลี่ยนไปตามธรรมชาติด้วยลมฝนกัดเซาะอยู่แล้ว อย่าได้เอาเท้าเราไปเหยียบย่ำเร่งให้มันพังเร็วยิ่งขึ้นเลย
  • สองเป็นมารยาทในการท่องเที่ยวสาธารณะครับ นักท่องเที่ยวส่วนหนึ่งมาเก็บภาพธรรมชาติ ไม่ได้อยากได้คนติดมาในภาพด้วย แต่ต้องยืนรอนักท่องเที่ยวส่วนหนึ่งที่ปีนขึ้นไปโพสท่างามๆ ถ่ายรูปอยู่บนนั้น คิวแล้วคิวเล่าก็ไม่เสร็จซะที เฮ้ออ…
  • สามอันตรายครับ บางจุดต้องปีนขึ้นไป ถ้าตกลงมา จะมีดราม่าเกิดขึ้น อย่ารอจนวัวหายแล้วค่อยล้อมคอกเลย ป้องกันไว้ก่อนจะดีกว่าไหม
หินปราสาท
หินแม่ไก่ยักษ์
หินถ้ำมอง
มอหำตั้ง (ณ.ที่แห่งนี้มีคนมาขอลูก แล้วได้ด้วยนะ)
หินฟีฟ่าเวิล์ดคัพ
แม่ไก่ยักษ์โดนเหยียบแว้วววว!!

ขากลับนั่งรถรางออกมาจากลานหินงาม รถมาส่ง ณ จุดละลายทรัพย์ (ก็จุดแรกที่ซื้อตั๋วขึ้นรถรางนะแหละ) เพราะตอนนี้ร้านค้าสองข้างทางเดินเปิดกันหมดแล้ว เหมาะกับการซื้อของติดไม้ติดมือกันกลับบ้าน อ่อ ที่ตรงนี้มีลานกางเต็นท์ นักท่องเที่ยวสามารถมาจอดรถและกางเต็นท์บริเวณนี้ได้ เสียค่าใช้จ่ายนิดหน่อย หรือใครจะเช่าเต็นท์ของอุทยานก็ได้ครับ มีไห้บริการทั้งเต็นท์ ทั้งเครื่องนอนพร้อม

มา SHOPPING ของ OTOP กันดีกว่า
มีลานกางเต็นสำหรับนักเที่ยวด้วยนะ ผมมีเวลาไม่มากคราวหน้าแล้วกันนะ
สุดท้ายผมทำอย่างที่เคยทำ ส่ง POSTCARD ให้ตัวเองเสมอเวลาผมไปเที่ยว

ผมเดินออกจากอุทยานฯประมาณ 11 โมง เพราะไปเสียเวลานั่งกินลูกชิ้นปิ้ง ไส้กรอกอีสานย่าง ที่ลานหินงามอยู่พักใหญ่ เก็บของอาบน้ำอาบท่าก็ขับรถออกจากบ้านพักตอนเที่ยง แวะทานอาหารร้านลุงหนวด(ตามผู้ที่เคยรีวิวไว้หลายๆท่าน) แวะถ่ายรูปกังหันลม แวะดื่มกาแฟที่ลพบุรี(บ้านย่าผมเอง) แล้วก็วิ่งยาวเข้ากรุงเทพฯ ถึงกรุงเทพฯ 6 โมงเย็น นับเวลาได้ 24 ชั่วโมง ในทริปชมทุ่งดอกกระเจียวของผมครั้งนี้

ทางเข้ากังหันลมติดกับร้านลุงหนวดเลยนะครับ หาไม่ยากแค่หาชื่อป้ายร้านลุงหนวดก็พอ(จาก 3 แยกทางเข้าทุ่งดอกกระเจียวประมาณ 10กิโลเมตร)
ร้านอาของผมเอง ชื่อ “รวมกาแฟ” รสชาติที่รู้ใจ รวมไว้ในแก้วเดียว อิอิ
พิกัดเส้นม่วงค่อม-ท่าหลวงนะ ใครจะไป โทรสอบถามเส้นทางเลย 087-004-3474 ฝากร้านกาแฟของอาผมด้วยนะ ^^

ค่าใช้จ่าย

  • ค่าเข้าชมอุทยาน ผู้ใหญ่ 30 บาท
  • ค่าตั๋วรถราง ผู้ใหญ่ 30 บาท
  • ค่าบ้านพัก บ้านชมดาว ห้องพัดลม 800 บาท
  • ค่าอาหาร ร้านลุงหนวด 475 บาท
  • ค่าน้ำมันไปกลับ 570 กิโลเมตร 900 บาท

Facebook Comments